วันจันทร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2551

แบบเรียนที่ 18

มันเป็นเรื่องของ "หัวใจ"

หัวใจของคนเรามีเพียงดวงเดียวเท่านั้น ของคนอื่นๆ เค้าก็มีกันคนละดวงเท่าๆ กัน

แต่! จะทำอย่างไร ที่จะรักษาหัวใจของตัวเองไม่ให้ถูกทำร้าย ด้วยความรัก...

แต่! จะทำอย่างไร ที่จะรักษาหัวใจของคนอีกคนให้อยู่กับตัวเราไปได้ตลอด...

เรื่องของเรื่องในตอนนี้ ขอปูพื้นฐานของหัวใจ บทเรียนที่กล่าวถึง "สิ่งที่มนุษย์ต้องการเป็นสิ่งแรก ก็คือ SEX" หรือจะมีใครมาปฎิเสธ.

เข้าเรื่องละกันครับ...เผื่อจะได้เข้าใจ และลึกซึ้งถึงหัวใจว่าด้วยความรัก ที่จะมีกันทุกๆ คน

วันนี้อากาศแจ่มใสมากๆ เนื่องจากเมื่อคืนมีฝนโปรยปรายมาให้บนพื้นโลกแห่งนี้ชุ่มชื้นจนกลายเป็น อากาศเย็นๆ ดูๆ ไปอีกมุมนึงก็อาจจะทำให้เราคิดถึงความเศร้าได้ แต่อย่าได้ไปจมปรักอยู่กับมันเลย มุ่งเดินไปทางข้างหน้า แล้วใช้ชีวิตในวันใน วันต่อๆ ไปให้มีความสุขเถอะครับ

อ้อมไปซะไกลเลย ผมชอบนะกับอากาศฟ้าหลังฝนแบบนี้ มีรุ้งขึ้นมา สวยงาม ธรรมชาติช่างสรรค์สร้างเสียจริงๆ แป็บเดียวเองก็มาถึง ม.5 เทอมสองแล้ว มาร์ทหายหน้าหายตาไปเลยนะครับ...คิดถึงเหมือนกัน หุหุ (คิดถึงอะไรของนายมาร์ทหรอน้องโน่) จริงๆ นะครับ เพราะตั่งแต่เข้าค่ายเมื่อเกือบๆ ปี ที่ผ่านมานั้นก็ไม่ได้คุยกับมาร์ทอีกเลย หรือเป็นเพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้น จึงทำให้ไม่เจอกันมันจะดีกว่า คือก็เจอแต่ก็มิได้นำพา...เหมือนกับว่าไม่รู้จักกัน

ตอนเปิดเทอมได้ไม่กี่วัน ได้มีนักเรียนเข้ามาอยู่ใหม่กลางคัน เป็นคนเกาหลีครับแต่ก็พูดไทยได้และเค้าก็เรียนที่เมืองไทยมาตั่งแต่เด็กๆ แล้ว จึงไม่มีปัญหาด้านการเรียน แต่ผมยังมีข้อสงสัยว่าทำไมถึงได้เข้ามาอยู่ในโรงเรียนนี้ได้ ยิ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ถ้าเส้นมันไม่ใหญ่จริงๆ ด้วยความที่ใคร่กระสันอยากจะรู้ว่าทำไม ผมห้ามใจตัวเองไม่ได้ซะแล้วครับ ผมเดินเข้าไปห้องพักอาจารย์ประจำแผนกวิชาการและการธุรการทันที (แต่จริงๆ มันก็ผ่านมาหลายวันแล้วนะกว่าจะเสด็จไป)
"อาจารย์...ครับ เด็กใหม่เป็นใครกันนะครับทำไมพวกผมและประธานนักเรียนไม่ทราบ" ตอนนั้นพี่ประธานนักเรียนก็เดินเข้ามาพอดี
"เอ่อ...คือ"
"ใช่ครับ ถ้าเป็นแบบนี้พวกผมจะปกครองนักเรียนได้อย่างไร" พี่ประธานก็คงจะฉุนจัดพอๆ กัน
"คืออย่างนี้นะค่ะ นักเรียนคนนี้โรงเรียนได้รับมาเป็นกรณีพิเศษ" อาจารย์ก็พูดด้วยน้ำเสียงที่กล้าๆ กลัวๆ กับคำตอบของตนเอง
"แล้วมันกรณีพิเศษยังไงล่ะครับ ช่วยอธิบายให้มันกระจ่างด้วยซิครับ" ผมถามต่อ
"ใช่ครับยังไงกันแน่"
"ผู้ปกครองของเด็กคนนั้นเสนอมาเป็นผู้อุปถัมรายใหญ่ของโรงเรียนและพ่อของเค้าก็เป็นถึงนักการเมือง"
"อ๋อ เข้าใจแล้วครับ" พี่ประธานทำท่าเข้าใจแต่ก็ "แล้วทำไมไม่มีรายงานให้รับรู้ล่ะครับ"
"อย่าไปสนใจเด็กคนนี้เลยนะคะ ไม่ยุ่งเลยจะดีกว่า" อาจารย์ทำเสียงสั่นๆ

ผมกับพี่ประธานเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์ ด้วยสงสัยว่าทำไมจึงยุ่งไม่ได้ในเมื่อก็เป็นหนึ่งในนักเรียนเกือบๆ 3,000 คน ผมไปนั่งปรึกษากันกับกลุ่ม เราประกาศเรียกประชุมคณะประธานนักเรียนและรองประธานนักเรียนที่ห้องประชุมเล็กด่วนที่สุด ด้วยเรื่องนักเรียนเข้าใหม่

ใจความสรุปได้ดังนี้...
ในเมื่อเค้าเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้ก็จะต้องอยู่ในความปกครองของรุ่นพี่ หรือ ประธานนักเรียน และเราไม่สนใจว่าเค้าจะเป็นใครและใหญ่มาจากใหน

วันรุ่งขึ้นเราเรียกนักเรียนใหม่เข้ามาคุย.
ประวัติส่วนตัวที่พอค้นหาได้จากอาจารย์ใหญ่ (มีหน้าที่หายไป 1 หน้า)
ชื่อ นาย คิม-มิน-จุน (มินจุน)
อายุ 17 ปี ส่วนสูง 178 ซม. หนัก 55 กิโลกรัม รูปร่างผอม
เชื้อชาติ ไทย-เกาหลี ศาสนา พุทธ
พ่อ...(คนไทย) แม่...(ชาวเกาหลี)
บันทึกของ ผอ. ได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ให้เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ชั้นปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 และได้รับการยกเว้นห้ามลงโทษไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ ทั้งสิ้น.
ย้ายมาจากโรงเรียน...(ย่านฝั่งพระนคร) ด้วยเหตุ...และหน้าต่อไปก็หายไป...

สายตาที่มองพวกผมนี่เอาเรื่องมากๆ ผมเป็นคนที่ชอบการท้าทายอยู่แล้ว
"ทำไมมองเราแบบนั้น" ผมถาม
"มองไม่ได้หรอไง" เสียงกวนมากๆ
"อย่าคิดว่าจะได้รับเข้ามาเป็นกรณีพิเศษแล้วจะเบ่งอำนาจได้นะ"
"แล้วนายจะเอายังไง แต่ว่าอยู่เฉยๆ ดีกว่าม้างถ้าไม่อยากออกไปเรียนที่อื่น" มัน มันจะหมดความอดทนแล้วนะ แล้วแม็คก็เหมือนจะรู้งาน
"เฮ้ย...เข้ามาใหม่อย่ามาซ่านะโว้ย" แม็คเข้าไปกระชากคอทันที
"เฮ้ยอย่าแม็คไม่อยากมีปัญหามาก" แม็คเลยปล่อยเมื่อผมปรามไว้
"โถ่เอ้ยนึกว่าจะแน่"
"พวกนายออกไปก่อนนะเดี๋ยวเราคุยเอง" ผมให้ทุกคนออกไปรวมทั้งพี่ประธานด้วย
"มีอะไรก็ว่า"
"พวกเรากับพี่เค้าไม่ได้มีอะไรหรอก แค่ตอนนายเข้ามาจริงๆ แล้วมันต้องผ่านกรรมนักเรียนอย่างน้อย 5 คน. นี่ ผอ. สั่งโดยพละการ มันไม่ถูกต้อง กฎระเบียบก็ใช้กันมานานแล้ว"
"แล้วไงอ่ะเราไม่เข้าใจอ่ะ พวกเค้าให้เราเข้ามาเรียนที่นี่เราก็มา" มันใช้เสียงธรรมดาต่างกันเมื่อสักครู่
"ไม่ไงหรอก เรามีคำถามแค่คำถามเดียวแล้วจะไม่ถามอะไรอีกเลย"
"ว่ามาเดะ" ผมเลยยื่นแฟ้มเอกสารของมินจุน ออกมาให้ดู
"หน้านี้หายไปไหน"แล้วมินจุน ก็รับไปดู ทำหน้าคิดอยู่นิดนึงก่อนจะบอกว่า
"สาเหตุที่เราย้ายออกมาอยากรู้จริงๆ นะหรอ"
"ใช่เราอยากรู้"
".........." มินจุน ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปปิดม่านที่มีคนข้างนอกเฝ้าดูอยู่
"ปิดทำไม"
"ความลับน่ะ นายสัญญาได้มะล่ะว่าจะเก็บไว้คนเดียว"
"ได้สิ ถ้ามันจะเป็นผลเสียถ้าบอกไป" มินจุน เดินมาใกล้ๆ ผม
"ที่เรามองนายเมื่อกี้เพราะเราสงสัยว่าทำไมนายหน้าหวานจัง น่ารักด้วย เหอะๆ...ส่วนที่เราต้องย้ายโรงเรียนมาก็เพราะว่าเรากับพวกก่อการทะเลาะวิวาทและมีเด็กนักเรียนโรงเรียนนั้นตายไปคนนึง"
"อืมๆ ขอบใจนะที่ชม แต่ทำไมถึงได้ยิงล่ะ" ผมชักไม่แน่ใจแล้วที่จะถามต่อ
"ก็เรื่องศักดิ์ศรีน่ะ มันห้ามไม่อยู่ไม่ได้อยากจะยิงหรอกถ้ามันไม่ชักปืนมายิงเราก่อนแต่พลาด"
"แล้วนายจะทำแบบนั้นที่นี่รึเปล่า" ผมอยากทราบเพื่อความอุ่นใจ
"ถ้าไม่มีอะไรมากดดันให้เราทำเราก็ไม่ทำหรอก" โล่งอกอย่างน้อยจะได้รู้และพร้อมจะรับปัญหาของ มินจุน คนใจร้อนคนนี้แล้ว ผมจะได้ไม่พยายามทำอะไรให้มีการกดดันกับมินจุน
"งั้นไม่มีอะไรแล้วนายไปเรียนเถอะนะ" ผมกำลังจะเปิดประตูออก
"เดี๋ยวนายชื่ออะไร" มินจุนถามผม
"โน่"
"ยินดีที่ได้รู้จักนะโน่"
"ยินดีเช่นกันนะ มีปัญหาอะไรก็มาคุยกับเราได้นะ"
เราเดินกอดคอกันออกมานอกห้อง...คนอื่นๆ ก็งงๆ ว่ามันไปญาตดีกันตอนไหน พอส่งมินจุน ไปเพื่อนๆ กับพี่ประธานก็มาถามผม แต่ผมก็บอกไปทำนองว่าบ้านไกลเลยย้ายมาเรียนที่นี่



ต้อนรับเด็กใหม่หน่อยนะครับ...มินจุน เด็กลูกครึ่งเกาหลีคนนี้จะมาเป็นส่วนหนึ่งในของชีวิตของผม

ไม่มีความคิดเห็น: