วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2551

แบบเรียนที่ 12

วันนี้ผมเข้าร่วมกิจกรรมคู่กับมาร์ทเหมือนเดิมครับ วิทยากรให้แต่ละคู่ร่วมกันเล่นเกมส์ตามฐานกิจกรรมต่างๆ ทั้งปิดตาหาคู่ คือให้คนนึงปิดตาแล้วให้อีกคนนึงเรียนชื่อคู่ แล้วจะมีตัวหลอก อีก 2 คน เรียกชื่อ ผมเป็นคนเรียกมาร์ทปิดตา วันนั้นผมเรียกมาร์ทจนเสียงแหบเลยครับ แต่ดีนะที่มาร์ทจำเสียงผมได้ดีเลยไม่ใคว่เขวไปทางอื่น แต่ที่สำคัญคือตอนที่มาร์ทมาถึงตัวผมมือควานหาตัวผมนะซิ คว้าไปกระแทกโดนเป้าผมเต็มๆ ผมจุกผงไปกองกับพื้นเลยครับ (ยิ่งปวดๆ มาจากเมื่อวานอยู่) พอมันเปิดผ้าออกมาเห็นผมนั่งลงกับพื้นมันรีบพยุงผมขึ้นแล้วพาไปนั่งพักให้หาย แล้วเดินต่อไปอีกฐานนึงซึ่งเป็นฐาน(เติมน้ำใจครับ) คือจะเอาน้ำใส่แก้วแล้วให้วางบนหัวแล้วเดินไปเติมน้ำในโหลใสๆ ให้ได้มากที่สุด คู่ไหนเติมได้มากสุดในเวลาที่กำหนดถือว่าชนะ ร้อยทั้งร้อยว่าผมจะทำได้มั้ยล่ะครับ แน่นอนครับผมทำไม่ได้ เพราะปวดไข่ไม่หายเลยเดินช้ากว่าคนอื่นๆ มาร์ทก็ไม่ได้ว่าอะไรมันมีแต่จะสนุกกับทุกเกมส์ที่เราทำร่วมกัน ผมเห็นมันเป็นแบบนี้ก็ดีไปอย่าง อย่างน้อยก็ไม่ต้องมาปั้นหน้าใส่กันเหมือนคนที่โกรธกันมานาน เราทำกิจกรรมกันได้ครบทุกฐานรวมแล้ว 10 ฐานพอดี จนผมลืมแม็คไปสนิทเลยและไม่ได้ไปดูมันตอนเที่ยง เออ...แล้วคู่ของแม็คล่ะเล่นคนเดียวหรอไง เค้าคงมีเพื่อนช่วยล่ะน่า

กิจกรรมเลิกตอน 3 โมงเย็นแล้วครับ เค้าให้เข้าไปฝึกจิตกันในห้องประชุมแต่ผมกลับเดินเตร็ดเตร่ไปกลางสนามหญ้าขนาดใหญ่ มาร์ทวิ่งตามมาหา ให้ไปฝึกจิตกับมันแต่ผมก็ไม่อยากเข้ามันก็เลยไม่เข้ากับผม ผมนึกขึ้นได้เลยชวนมันไปหาแม็คที่เรื่อนหมอ
"เออ...มาร์ทเราลืมแม็คไปซะสนิทเลยอ่ะ เราไปดูแม็คกัน"
"ไปสิ"
พอผมเปิดประตูเข้าไปก็เห็นหมอพยุงแม็คเดินอยู่ในห้องเดินวนไปมา ผมกับมาร์ทก็นั่งดูอยู่ใกล้ๆ ในห้อง ดูแม็คเดินไม่ค่อยจะคล่องตัวเท่าไหร่ ผมเลยถามว่าเจ็บอยู่รึเปล่า (ตอนผมโดนมันทำทำไมผมไม่เป็นหนักขนาดนี้นะ หรือว่าร่างกายมันที่เคยฝึกมวยมามันจะฟิตเกินไปเลยทำให้ขยายตัวไม่ทันรับสิ่งแปลกๆ) มาร์ทสะกิดผมถามว่าไปทำอะไรแม็คมัน ผมได้แต่ยิ้มๆ ไม่กล้าพูดเพราะอาย มาร์ทคงจะเข้าใจได้เองนะครับว่าอะไรเป็นอะไร พอหมอเค้าพาแม็คไปนั่งที่เตียงผมเลยเดินตามไปนั่งข้างเตียงแม็คส่วนหมอก็เอายาที่เอามาใหม่ให้ผมแล้วก็กลับออกไปนั่งที่หน้าห้องโต๊ะหมอ
"โน่วันนี้นายไม่มาสอดยาให้เราหมอเลยสอดให้" แม็คกระซิบข้างๆ หูกลัวมาร์ทได้ยิน แถมหน้าแม็คมันกุ้มกริ่มด้วย
"บอกเราทำไม แต่เออขอโทดเราลืมน่ะ"
"หมอบอกว่าก้นสวย" แม็คยิ่งพูดผมยิ่งเริ่มเกิดอารมณ์เมื่อคิดถึงก้นแม็คจนของผมแข็งดันกางเกงตุงเลยครับ
"โน่นายสองคนคุยอะไรกันน่ะ" มาร์ทคงสงสัย
"เรื่องของแฟนคุยกันนายยุ่งอะไรด้วยเนี่ย" แม็คว่ามาร์ทครับ
"โหยดุจังเลยนะครับแม็ค ไม่ยุ่งก็ได้" มาร์ททำเสียงประชดประชัน "ว่าแต่เจ็บมากป่ะ"
"รู้รึไงว่าเราเป็นอะไร"
"ไม่รู้ดิโน่ไม่ได้บอกแต่ว่ารู้อยู่แก่ใจนะว่าไปทำอะไรกันมา" มาร์ทก็ยังประชดแม็คอีก สีหน้าแม็คเริ่มหงุดหงิด
"อยากโดนต่อยอีกรึไง"
"มาร์ทนายก็ยั่วประสาทแม็คอยู่ได้เดี๋ยวก็ปล่อยให้กัดกันซะเลยนี่" ผมเข้าเป็นกรรมการจับทั้งคู่แยกแต่
"ได้ได้ยั่ว ยียวนตะหาก" แล้วมันต่างกันตรงไหนเนี่ย "แน่จริงก็ลุกมาเดะ" ทั้งๆ ที่รู้ว่าแม็คลุกไม่ทันมาร์ทแน่ๆ เพราะเจ็บอยู่ แหมนายมาร์ทนี่กวนใช่ย่อยนะเนี่ย ถ้าแม็คปกติดีสงสัยนายมาร์ทคงโดนแม็คจับกดน้ำไปซะแล้วหล่ะ
"ฝากไว้ก่อนเถอะให้หายก่อนเจอที่ไหนโดนที่นั่น"
"เออแม็คจะหกโมงแล้ว ทานข้าวดีกว่าเดี๋ยวเรากับมาร์ทไปเอาให้นะ" ผมกับมาร์ทเดินไปเอาข้าวในครัว วันนี้มีหมูทอดกระเทียม ต้มจืด และไข่ต้ม ผมตักใส่จานเป็นกับข้าวไปแล้วตักข้าวใส่โหลข้าว พอไปถึงผมก็ให้มาร์ทจัดโต๊ะ (หมอกลับไปแล้วครับ) เราเริ่มทานอาหารกัน อาจารย์ที่เป็นคนดูแลเด็กเข้าค่ายก็เข้ามาเยี่ยมแม็ค ถามโน่นถามนี่จนถึงว่าพรุ้งนี้จะกลับแล้วจะเดินไหวมั้ย เพราะเราจะแวะเที่ยวกันหลายแห่ง แม็คบอกว่าจะเที่ยวด้วยไหนๆ ก็มา (แม็คมันเป็นหลานอาจารย์ครับและที่มันเข้ามาตอน ม.4 มันก็ไม่ได้สอบเหมือนคนอื่นๆ เค้ามันใช้เส้นเข้ามาเลย ผมรู้เพราะผมสังเกตเห็นเวลามันคุยกับอาจารย์มันจะพูดห้วนๆ ทุกคำเหมือนมันมีศักดิ์เหนือกว่าอาจารย์ด้วยซ้ำ) พออาจารย์เดินออกไปเราก็ทานข้าวกันต่อ พอเสร็จผมให้มาร์ทออกไปรอด้านนอกเพราะผมจะสอดยาให้มัน ตอนนี้ผมมาสังเกตเห็นว่ารอยแผลสนิทดีแล้วสะเกล็ดแผลก็ร่อนออกจนหมดแล้วผมเอายาทาให้มันตลอด แต่วันนี้สะเกล็ดมันหลุดไปไหนหมดนะ ผมถามแม็คก็บอกว่าหมอลอกออกบอกว่าจะทำให้เดินสบายขึ้น ผมเริ่มสงสัยตอนที่ผมไม่อยู่ด้วยแล้วครับว่าหมอกับแม็คสองคนทำอะไรกันมากกว่านี้รึเปล่าแต่ไม่ถามหรือไม่รู้จะดีกว่า ผมทำให้เสร็จเลยบอกให้มาร์ทไปเก็บเต้นท์ให้เรียบร้อยแล้วเอาของของผมกับแม็คที่เต้นท์แม็คมาให้ด้วย แล้วมานอนกันที่นี่เลย ตอนเช้าจะได้ช่วยกันทำความสะอาดห้องให้หมอ

พอตื่นเช้ามาแต่เช้ามืดผมรีบปลุกมาร์ทให้ช่วยกันเก็บห้อง แล้วเราสามคนไปอาบน้ำด้วยกันในห้องน้ำรวมที่คนอื่นๆ อาบด้วยกัน แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครตื่นหรอกครับ หน้ามาร์ทมันอิจฉาแม็คตลอดเลยครับผมรู้เพราะผมอาบน้ำให้แม็ค หุหุ...

พอเสร็จแล้วคนอื่นๆ ก็เริ่มทะยอยกันมาอาบน้ำ เราสามคนขึ้นไปบนเรือนหมออีกครั้งเพื่อไปขอบคุณหมอแล้วลาหมอกลับบ้าน ผมดูสีหน้าหมอก็รู้ว่าหมอดูเศร้าๆ ไป ผมพาอีกสองคนไปนั่งตรงม้านั่งที่ผมกับแม็คเราเคยไปนั่งกัน มาร์ทถามว่ารู้ได้ไงว่าตรงนี้มีม้านั่ง ผมก็บอกว่าก็วันนั้นเรามานั่งตรงนี้คนเดียว ถ้าสังเกตุดีๆ นะจะเห็นว่า วันแรกผมมานั่งตรงนี้ วันที่สองผมพาแม็คมานั่งตรงนี้ วันที่สามเราสามคนมานั่งด้วยกันตรงนี้ แม็คไม่ได้มีปัญหากับมาร์ทแล้วผมเห็นมันก็คุยกันได้ค่อนข้างดีขึ้น (ดีขึ้น) ไม่ถึงกับดีมากก็แล้วกัน พอได้ยินเสียงอาจารย์เรียกนักเรียนขึ้นรถกันได้เราสามคนเลยพากันเดินไปขึ้นรถ

สถานที่จะไปต่อไปนี้ไม่มีอะไรน่าประทับใจเท่าไหร่เพราะผมไม่ได้เดินไปไหนเลย ก็จะอะไรล่ะครับแม็คเดินไม่ไหวผมเลยเอากล้องดิจิตอลให้มาร์ทไปเก็บภาพมาให้ดู พอกลับถึงกรุงเทพฯ แน่นอนครับผมโทรให้แม่มารับบอกว่าแม็คไม่ค่อยสบายไม่อยากกลับรถเมล์ หรือนั่งแท็กซี่ผมก็มักจะเมารถยิ่งไปไหนมาไกลๆ แล้วด้วย

กลับถึงบ้านผมรีบหาข้าวหาน้ำให้ทานแล้วให้แม็คนอนเลยจะได้หายไวๆ วันพรุ้งนี้ต้องไปเรียนอีก ผมก็นอนตามมาติดๆ เรานอนกันที่บ้านผมครับ บ้านแม็คไม่มีใครอย฿มีแต่แม่บ้าน แม่แม็คไปธุระกับลูกค้าที่ประเทศลาวครับ

อีก 4 สัปดาห์ เราก็จะสอบกันแล้วตกลงแล้ว ม.4 ปีนี้ผมเลยไม่ได้ไปเรียนพิเศษที่ไหนเลยครับ แต่โชคดีที่ผมสามารถทบทวนการเรียนได้ด้วยการติวหนังสือย้อนให้แม็คทุกวัน ผมเลยค่อนข้างมั่นใจว่าปีนี้ผมจะต้องได้ไม่ต่ำกว่า 3.8 แน่นอน และเป็นที่ หนึ่งของสายวิทย์-คณิต แต่นั่นมันคือการคาดเดา แต่ถึงกระนั้นก็เถอะในเมื่อเราหวังสิ่งใดนั้นถึงแม้จะทำไม่ได้เราก็จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกันครับ และอีกอย่างผมว่าจบ ม.4 แม็คต้องได้ไม่เกินที่ 10 นะ เป็นกำลังใจเอาใจช่วยผมด้วยน้า


จบไปอีกหนึ่งตอน

ไม่มีความคิดเห็น: