วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2551

แบบเรียนที่ 24

ถึงแม้ว่า (เน้นๆ) ผมจะได้รู้จักกับมินจุนมาได้เพียงแค่ไม่นาน ที่จริงยังไม่ทันจบเทอมด้วยซ้ำ ผมกลับมีความรู้สึกผูกพันธ์กับมินจุนอย่างบอกไม่ถูก บางทีที่อยู่กับพลอยผมยังคิดถึงหน้ามินจุนเลยครับ

เข้าเรื่องกันดีกว่า...
ตามฟอร์มล่ะครับ เมื่อผมได้รู้เรื่องที่แม็คคุยกับมินจุน จากปากของแอ๊ด ผมไม่ได้โกรธแม็คนะครับและผมก็ไม่คิดติดใจอะไรมินจุนด้วย พอนั่งทบทวนคืนวันที่โดนรุมทำร้ายผมยังสับสนอยู่เลยครับว่าเรารอดมาได้อย่างไร และมีอะไรอีกบ้างที่ผมยังไม่รู้ หมอบอกว่ามีคนบริจาคเลือดให้ผม แต่ไม่ได้ลงชื่อไว้ (จำตอนที่แม็ครับใบแสดงความจำนงบริจาคเลือดได้มั้ยครับแม็คไม่ได้เซ็นชื่อ) หมอยังบอกอีกว่าเป็นหนึ่งในเพื่อนของผม ผมเลยนึกไปถึงมินจุนครับ ทำไมๆ ทำไมผมถึงได้คิดว่าเลือดที่ผมได้มาคือเลือดของมินจุน

กลับมาถึงบ้าน หลังจากที่แม็ควิ่งตาม พลอยกับน้องนายออกไปมาจนถึงบ้านไม่เห็นแม้แต่เงา เพื่อนก็ขอกลับบ้านก่อนดึกแล้ว ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงปิดเทอมพอดี ผมนอนอยู่ในโรงพยาบาลได้เกือบ 2 เดือน

วิตกจริตคนเดียวเรื่องที่เกิดขึ้นกับรัก "สี่เศร้า" ของผม (ไม่บอกก็รู้นะว่าผมเอ่ยถึงใคร)

แม่ผมทำแกงเขียวหวานไก่ของโปรดผมให้ทาน กับขนมจีน ผมดูเหมือนเด็กที่จากคุณแม่ไปแสนนานพอกลับบ้านท่านเลยเอาอกเอาใจ ดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ แต่ที่จริงคือ ผมคือลูกชายคนเดียวและเป็นตัวแทนของพ่อที่แยกทางจากแม่ไป แม่ไม่อยากที่จะเสียผมไปท่านจึงรักและดูแลผมเป็นอย่างดี แต่ผมก็นะ...ชอบที่จะทำตัวให้แม่เป็นห่วงและเสียใจเรื่อยมา ผมยังเดินได้ไม่ถนัดนักแม่ผมเลยจัดที่นอนหมอนมุ้งมาให้ผมนอนข้างล่าง

ไม่รู้ว่าเจ้านายหายไปไหน ผมกดโทรศัพท์ไปหาก็ปิดเครื่อง โทรหาแม็คก็ปิดเช่นกัน ยิ่งพลอยยิ่งแล้วเลยครับโทรติดนะแต่ไม่รับแถมตัดสายผมทิ้งตลอดเลย ผมร้องไห้ไม่ออกล่ะครับ...สงสัยผมกับพลอยจะไปไม่รอด เพราะอะไรหรอครับ ผมโทรหาพลอยอยู่นานสักพักก็มีข้อความที่ไม่น่าจะรับแต่ในเมื่อไม่รู้ว่าเนื้อหาคืออะไรผมจึงเปิดอ่านดู "โน่คือโน่ โน่เป็นสิ่งที่โน่เป็นใช่ฉันรักโน่ แต่ตัวตนอีกด้านนึงของเธอกลับทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดใจที่จะบอกว่า เราเป็นแค่เพื่อนกันนะคะ ขอโทดที่ต้องบอก ไม่ต้องโทดตัวเองล่ะ ยังไงก็ดูแลตัวเองและหาหัวใจตัวเองให้เจอนะคะ จะเป็นกำลังใจให้" อ่านจบเหมือนจะเป็นอะไรที่อึดอัดมากๆ ครับ ผมหายใจไม่ออก ผมกดเลข 4 ค้าง ทันทีที่สายปลายทางรับและรู้ว่าเป็นใคร (หมายเลขฉุกเฉินตั้งไว้เบอร์คุณแม่) แม่รีบลงมาทันที เห็นอาการไม่ดีรีบพยุงผมไปที่รถแล้วพาไปโรงพยาบาล (อีกแล้วหรอ) ทำไมต้องทำให้คุณแม่เหนื่อยด้วยนะเรา แค่อกหัก พอถึงโรงพยาบาลหมอให้อ๊อกซิเจนผมทันที อาการเบื้องต้นคือความเคลียดทำให้สมองบีบรัดกดทับเส้นเลือดในสมองทำให้สมองไม่สามารถสั่งการให้ร่างกายทำงานได้ปกติ เลือดไม่สามารถสูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้ทัน ทำให้อวัยวะภายในหยุดทำงานกระทันหัน แม่ผมร้องไห้อีกแล้วครับ คราวนี้ไม่มีเพื่อนคอยปลอบแม่ผมเลย หายไปไหนกันหมดก็ไม่รู้

ผมตื่นขึ้นมาอีกวันก็เห็นคุณแม่ผมนอนเฝ้าผม ผมเสียใจครับที่ทำให้แม่เป็นห่วงมากมายขนาดนี้ งานการท่านจะเสียมั้ย ผมเอื้อมไปหยิบหนังสือมาอ่าน แม่ผมคงวางไว้และไม่อยากรบกวนการพักผ่อน

ช่วงนี้ทำไมร่างกายผมอ่อนแอเหลือเกิน อ่อนแอมากมายจนทำให้บุพการีท่านเสียใจ ผมอยากจะข้ามตอนนี้ไปแต่อย่างไรเสียมิได้ เนื่อเรื่องจะดำเนินต่อด้วยเนื่องจากบทความที่ต่อเนื่องกัน และเรื่องที่เกิดขึ้นมาต่างๆ นั้นจะข้ามไปก็เหมือนกับทิ้งความทรงจำบางส่วน

นอนอยู่ 2 คืน หมอคนเดิมก็อนุญาติให้ผมกลับบ้านได้ คราวนี้แม่ผมไม่ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวนายกลับบ้านมาแล้วผมก็ไม่ได้ถามอะไรใดๆ และดูเหมือนกับว่าน้องนายจะมีทีท่าไม่อยากจะคุยกับผมเท่าไร ก็เอาเถอะเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง แม่กำชับให้น้องนายอยู่ดูแลผมแทนท่าน ถ้าจะออกไปไหนให้โทรหาท่านเพื่อจะได้กลับมาดูแลแทน แต่นายก็ดีครับถึงจะไม่ค่อยคุยถามคำตอบคำก็ยังนั่งเฝ้าผมทั้งวันทั้งคืน ผ่านมาก็เกือบๆ เดือน ไม่เห็นแม็คมาหานายหรือนายจะไปหาแม็คเลย ผมยิ่งไม่ต้องพูดถึงจะเดินไปดูก็ได้แต่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เจอหน้ากันคงได้ฉะกันสักตั้ง แข็งแรงดีแล้วครับ กลับมีเนื้อมีหนังกว่าเก่าด้วย หึหึ...ก็จะอะไรกินแล้วนอน ผมโทรไปที่โรงเรียนพร้อมที่จะไปสอบแล้ว หยุดก็อ่านหนังสือนะครับไม่ใช่ดูทีวีอย่างเดียว ท่านอาจารย์นัดวันเวลาให้ไปสอบ พอถึงวันก็สบายๆ ครับ สอบคนเดียวเงียบๆ มีสมาธิดี ผลออกมาก็เหมือนเคยไม่พลาด TOP 5

ได้ถามอาจารย์ว่าแม็คมาสอบรึยัง ก็ได้รับคำตอบว่า "อืม...มาแล้วนะ แล้วก็สอบผ่านด้วยนะ"

และยังได้สืบถามอีกว่า "อาจารย์ครับ พอมีที่อยู่ของคิมมินจุน คนที่ลาออกไปมั้ยครับ" พอได้ที่อยู่มา ผมก็ออกตามหาตามที่อยู่นั้น หาไม่ยากครับ ที่ไหนได้บ้านก็อยู่ไม่ห่างกันสักเท่าไหร่เลย พอไปถึงผมกดออดหน้าบ้านก็มีคนมาเปิดน่าจะเป็นคนใช้ ถามผมมาหาใคร ผมบอกไปมาหามินจุน เธอก็เปิดประตูให้ผมเข้าไป พาผมไปนั่งอยู่ในห้องรับแขกสักพักมินจุน ก็เดินลงมา ทีท่าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นผม
"โน่....เอ่อ มาได้ไงเนี่ย" มินจุนที่เดินมาจากด้านหลังผม
"ก็มาตามที่อยู่เนี่ย เออไม่เห็นแวะไปเยี่ยมเลย" ถามได้เนอะผม ก็แม็คบอกห้ามติดต่อกับผมอีกแล้วมินจุนจะบากหน้าไปให้โดนต่อยทำไม
"เราขอโทดนะที่ไม่ได้อยู่ขอโทดที่ทำเรื่องให้นายต้องเดือดร้อน"มินจุนทำหน้าเศร้า เหมือนจะร้องไห้
"เอาน่ามันผ่านไปแล้ว พอดีอยากเจอก็เลยมานี่ นายไปหาเราไม่ได้เรามาเองได้นี่นา" คราวนี้มินจุนยิ้มหน้าบานเลยครับ
"นายหายดีแล้วหรอ"
"ก็ดีขึ้น ดูเป็นไงบ้างล่ะ"
"ดูดีขึ้นนะ ดูมีเนื้อมีนวล น่ารักดี" มินจุนพูดเขิลอายหน้าแดงเชียว
"ก็ต้องขอบใจสำหรับเลือดที่ให้มาไงทำให้ได้มีโอกาสมาเจอกันอีก" จบคำพูดผมมินจุนทำหน้างง คิดอะไรสักอย่าง
"เอ่อ เลือดอะไร เราไม่ได้ให้นายนะ เราไม่รู้เรื่องเลย" มินจุนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเชิงปฏิเสธ
"อ้าว...แล้วใครล่ะ ถ้าไม่ใช่นาย ถามเพื่อนทุกคนก็บอกว่าไม่ได้ให้เหมือนกัน"
"เราว่านายลองถามใจตัวเองดูสิโน่ ว่าใครกัน..." มินจุนเขยิบเข้ามาใกล้ๆ โอบไหล่ผมและพูดทิ้งท้ายไว้ให้ผมคิด
"จะลองดู"
"หิวมั้ย แม่บ้านเราทำอาหารอร่อยนะ เดี๋ยวพ่อกับแม่เราก็มาแล้วทานด้วยกันนะโน่"
"ก็ได้ อย่าบอกนะว่าอาหารเกาหลี" ผมทำท่าขนลุก จนมินจุนเห็นว่าลุกจริงๆ ก็หัวเราะออกมา
"เอาน่าน่ากินนะลองดูดิ"
"เออก็ได้"
วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมได้ทานอาหารเกาหลี บอกชื่อไม่ถูกหรอกไม่รู้จักสักอย่าง มินจุนตักอะไรให้ก็ทานๆ แต่ก็อร่อยดีนะ ผมได้พูดคุยกับครอบครัวนี้แล้ว ดูจะเย่อหยิ่งใช่น้อย ด้วยการที่เป็นถึงนักการเมือง มีเงินทองมากมาย แต่ก็คุยกับผมได้นะครับท่านว่าเพื่อนลูกก็คือเพื่อนแต่ท่านคงอยากได้เพื่อนที่ระดับเดียวกันมากกว่าซึ่งผมก็น้อยใจนิดๆ และมีอคติกับพ่อแม่ มินจุนบ้างเล็กน้อย และคืนนั้นผมก็นอนที่บ้านมินจุนเลย ตื่นมาตอนเช้า (แหะ...คิดหรอว่าจะมีอะไรกัน ไม่มีหรอกน่าผมไม่ได้ร่านเหมือนบางคนนะ แค่ถ้าไม่มีใครมาปลุกอารมณ์ก่อน) ผมขับรถกลับบ้านที่ไม่ห่างกันมากนัก และเป็นวันแรกที่ผมเห็นแม็คกำลังเดินออกจากบ้าน ไม่มองมาทางผมเลยครับ อึดอัดอีกแล้ว ผมเหยียบเบรคอย่างแรงจนถนนเป็นรอยล้อรถ ผมถอยรถแล้วปาดหน้าดักแม็คไม่ให้เดินไปได้ ผมลงจากรถเข้าไปแล้วกระชากแขนแม็คอย่างแรง แต่ดูเหมือนแม็คจะตั้งตัวได้ดี ไม่สะทกสะท้านแรงดึงของผมแม้แต่น้อย
"เกิดอะไรขึ้น" ผมถามเสียงดัง
"เกิดอะไร มีอะไรหรอ ไม่เห็นรู้เรื่องเลย" แม็คพูดโดยที่ไม่มองหน้าผม แล้วดึงมือตัวเองกลับ และพยายามเดินถอยออกไป
"ทำไมอ่ะ มีอะไรพูดกันดีๆ สิ ให้เราได้รู้บ้างว่านายสามคนคุยอะไรกัน แล้วเกิดอะไรขึ้นถึงได้วุ่นวายได้ขนาดนี้" ผมร้องไห้แล้วครับ ผมกระชากเสื้อแม็คเข้าออกๆ หลายที
"อย่ามาเอาอะไรกับคนเลวๆ คนนี้เลยโน่ เราไม่ดีหรอกเราทำให้คนที่นายรักต้องเลิกกับนายทำให้น้องชายนายต้องผิดใจกันกับโน่" น้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมว่าแม็คกำลังกลั้นความรู้สึกเอาไว้
"แล้วทำไมล่ะ ทำไมเรื่องทุกอย่างคนทุกคนต้องมาลงที่เราด้วย"
ผมเรียบเรียงไม่ถูกแล้วครับอารมณ์มันพาไป ผมชกหน้าแม็คไปอย่างแรงทีนึง แม็คปากแตกเลยครับ และตามด้วยหมัดทั้งซ้ายขวาอีกหลายที จนคนในบ้านแม็คและบ้านผมออกมาห้ามปราม
"มีอะไรกันโน่ไม่เอาลูก" แม่ผมเข้ามาดึงผมออก ผมตัวสูงกว่าแม่ผมเยอะครับ แม่ผมเลยได้แต่สกิด"นายดึงพี่โน่ออกมาลูก" นายรีบวิ่งเข้าดึงผมออก แต่แรงผมกับนายต่างกันครับนายโดนลูกหลงปากแตกไปอีกคน ฝั่งแม่แม็คกับคนใช้ก็พยายามจับผมสองคนแยกกันแต่ก็เหมือนไร้ซึ่งกำลังที่จะห้ามปราม แม็คไม่สู้ครับผมยิ่งโหมกระหน่ำชกแม็คอย่างเดียว พอสมใจเพราะเหนื่อยเองก็เลยหยุด แล้ววิ่งขึ้นรถขับรถออกไปจากหมู่บ้านจากกลุ่มคนที่บ้านไป



รู้สึกว่าจะยาวไป ก็เลยตัดแค่นี้ก่อนนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น: