วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551

แบบเรียนที่ 32

ทางออกที่ผมกับนายคิดมาด้วยกัน ผมตกลงจะไม่บอกกับแม็ค ถ้าบอกไปแม็คคงจะเสียใจแย่ พักนี้ผมกับแม็คไปไหนด้วยกันไม่ค่อยจะได้ส่วนมากผมจะไปกับนายสองคน เออลืมกับไอ้เด็ก ม.ต้น นักบาสคนนั้น

ขอเล่าเรื่องไอ้เด็กคนนี้หน่อย เป็นเด็ก ม.2 ครับ ชื่อน้องเบียร์ เจอหน้ากันทีแรกก็นึกว่าใคร ที่ไหนได้ผมเทรนมากับมือได้เด็กคนนี้ จนมันเก่งบาส มันเห็นผมทีแรกนะมันตกใจเลยครับ มันก็ว่าแล้วว่านายหน้าเหมือนใคร ที่แท้ก็ผมนี่เอง ดีครับที่เป็นเด็กคนนี้ ไว้ใจได้ไม่เจ้าชู้ถึงหน้าตาหล่อเหลาเอาการ เล่นบาสทีสาวๆ รายล้อมกรีดๆ สนั่นยิม แต่เท่าที่รู้คือมันเป็นเกย์คิงเต็มตัวครับมันไม่ชอบผู้หญิงเลย แค่เล่นๆ ด้วยเท่านั้นเอง

กับแม็คผมพยายามห่างๆ พอผมทำตัวแบบนี้แม็คก็หาว่าผมมีคนอื่น ผมเลยเข้าทางบอกไปว่าผมคบกับอีกคนนึงอยู่ โดยเอาชื่อพี่ป้องมาอ้าง (จำพี่ป้องได้มั้ย) ถึงไม่อยากจะทำแต่ก็ต้องตัดใจล่ะครับ ทำไงได้ถ้าแม่รู้อีก อาจจะไม่ได้เจอกันอีกเลยก็ได้ แต่ผมก็ว่าเราเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมจะดีกว่า แม็คไม่ยอมท่าเดียว แม็คขอเจอหน้าพี่ป้อง มันจะต่อยพี่เค้ามั้ยเนี่ยกลัวใจมันจริงๆ เลยครับ บทจะดีก็แสนดี บทจะร้ายแม็คมันไม่แพ้ตัวโกงในหนังหรอกครับ ไอ้นี่มันร้ายสุดๆ

ณ สวนสาธารณะ ตอนบ่ายแก่ๆ
"โน่ถามจริงๆ เถอะ เราผิดอะไรทำไมต้องทำกับเราแบบนี้ด้วย" เสียงแม็คสั่นๆ แต่พยายามเต๊ะท่าเก๊กไว้เพื่อเก็บอาการ
"นายไม่ได้ผิด เราผิดเองน่ะแหละ ขอโทดด้วยนะที่ทำอะไรลงไป อ่ะเราเอาสร้อยของนายมาคืน" พี่ป้องยืนมองเราสองคนคุยกัน พี่ป้องนี่ก็เพิ่งจะรู้ครับว่าวันที่ผมเหม่อที่ร้านผมเหม่อถึงใครก็แม็คนี่แหละ ผมยื่นสร้อยคืนให้กับแม็ค แม็ครับไปแล้วบอกว่า
"ถ้าโน่ไม่ใส่แล้ว...มันคงไร้ความหมาย" ผมไม่กล้ามองหน้าแม็คครับ เพราะถ้ามองผมกลัวตัดใจไม่ได้ที่ต้องเห็นน้ำตาของคนที่ผมรัก "โน่...เราให้แล้ว เราไม่เอาคืนหรอก...โน่ มันมีความหมายต่อเรามากนะ" แม็คพูดน้ำเสียงสั่นเครือและพยายามจะใส่สร้อยคืนให้ผม
"ไม่เอา" ผมทำเสียงแข็ง แล้วปัดสร้อยตกพื้น "เราขอโทด เราไปก่อนนะ ไปพี่ป้องเราไปกันเถอะ" ผมเดินไปทางที่น้องนายกับเบียร์ยืนคอยอยู่
"พี่โน่ พี่แม็คร้องไห้" นายยืนมองแม็ค เหมือนจะร้องไห้ตามไปด้วย เสียงนายสั่นมากๆ เจ้าน้ำตาจริงๆ ผมยังไม่ทันหันไปมอง ผมก็ร้องไห้ครับและวินาทีที่ผมหันกลับไปมอง ผมก็เห็นเด็กผู้ชายที่เคยเป็นคนที่แข็งแรง แข็งกร้าว และอ่อนโยนในความรัก แต่น้อยครั้งครับที่จะเสียน้ำตาหรือร้องไห้ให้ใครเห็น แต่วันนี้แม็คร้องไห้ครับ แม็คยืนถือสร้อยที่ผมทำตกไปมองผมเค้าร้องไห้ไม่มีเสียงหรอกแต่น้ำตาที่ไหลพรากๆ ดูแล้ว มันจะอะไรนักหนาเนี่ยทำไมผมตัดใจกับคนคนนี้ไม่ได้เลย

ผมทนไม่ได้จริงๆ ผมวิ่งกลับไปหาแม็ค
"แม็ค" ผมเรียกชื่อแม็ค แม็คก็ยืนนิ่งน้ำตาไหล "โน่ขอโทด ที่โน่ทำให้แม็คต้องเจ็บอีกครั้ง ให้อภัยโน่นะครับคนดี" ผมโผลเข้าหาแม็ค สวมกอดเค้าอีกครั้ง นี่เป็นครั้งแรกในหลายวันที่ตั้งแต่วันที่ไปเกาะเกร็ดมาเราไม่ได้ถูกตัวกันเลย สัมผัสแรก คือความอบอุ่นครับ ผมรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งเมื่อได้กอดกับแม็ค และครั้งนี้ก็เหมือนกัน เหมือนแม็คคือที่พักพิงที่ผมไขว่คว้าหามาโดยตลอด
"ขอโทดนะโน่" แม็คเอาสร้อยที่ผมคืนไปใส่กลับมาที่เดิม
"แม็คโกรธโน่มั้ย"
"ไม่ครับ ไม่โกรธ"
"จริงๆ นะ"
"จริงครับ แม็ครู้หมดแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นนายเล่าให้ฟังแล้ว โน่อย่าโกหกเราอีกนะมีอะไรบอกเรามาเลยเราจะได้หาทองออกด้วยกัน" แม็คเช็ดน้ำตาให้ผม ผมก็เช็ดให้แม็คเช่นกัน "พี่เค้าไม่เกี่ยวเอาเค้ามาให้ลำบากทำไม" ผมก็เลยหันไปมองพี่ป้อง พี่ป้องก็ยิ้มทั้งน้ำตาครับ

เรามานั่งทานขนมกันที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน แต่ก็ไกลพอที่แม่ผมจะไม่ผ่านมาเห็นแน่นอน(มั้ง) พี่ป้องเค้าบอกว่า พี่ก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละว่าจะมีหรอที่ผู้ชายกับผู้ชายจะคบกันและรักกันได้มากขนาดนี้ ทำเอาพี่เค้าน้ำตาไหลได้เหมือนกัน และตอนที่ผมบอกพี่เค้าว่าผมเป็นเกย์พี่เค้าไม่เชื่อ จนได้มาเห็นกับตาพี่เค้าอึ้งไปเลยครับ แต่เค้าไม่ได้ว่าอะไรบอกแค่ว่ารับได้ไม่มีปัญหา ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าพี่ป้องเป็นผู้ชายคนเดียว ในหมู่เกย์อีก 4 คน
"เอ่อ เดี๋ยวพี่ต้องไปที่ร้านก่อนนะครับ จากตรงนี้มันไกลเดี๋ยวจะสาย" พี่ป้องขอตัวไปทำงาน
"ได้ครับๆ โทดทีนะพี่ที่ดึงเอาพี่มาเกี่ยว ลำบากแย่" ผมสารภาพผิด
"โอ้ยลำบากอะไรกัน พี่เต็มใจต่างหากเล่า ไปก่อนนะครับ" เราต่างคนต่างหวัดดีพี่ป้องแล้วพี่เค้าก็เดินออกจากสวนไป

"พี่โน่ จะเอาไงล่ะทีนี้" นายถามผม (เบียร์ไม่มีบทหรอครับ มีนะ...ก็มันคุยอยู่กับนายสองคนน่ะ ไม่เกี่ยวกันซักกะหน่อยนึง)
"เอาไงหรอ แม็คนายล่ะว่าไง" ผมถามแม็คต่อ เพราะตัวเองก็ไม่มีคำตอบ
"ก็เหมือนเดิม เรานัดเจอกันนอกบ้านก็ได้นี่ อยู่โรงเรียนเราก็เจอกัน เวลาเข้าบ้านโน่ก็ไม่อยู่กันสองต่อสองให้นายอยู่ด้วยตลอดแม่จะได้ไม่สงสัย"
"ก็ดีนะ" นายเห็นด้วย
"ทีแม็คกับนายคบกันตั้งนานแม่ไม่รู้ เราคบกันได้แป๊ปเดียวเองแม่รู้แล้ว" ผมน้อยใจตัวเองเหลือเกินครับ ที่กับน้องชายผมสามารถช่วยปิดแม่ได้ แต่กับตัวเองกลับเอาตัวไม่รอด

หลังจากนั้นเราก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนเย็นนายไปส่งเบียร์แล้วกลับเข้ามา
"กลับบ้านเถอะพี่โน่ ผมหิว" นายยืนลูบท้องทำปากจู๋ ผมมองหน้าแม็คที่ทำท่ากระอิดกระเอียด
"ไม่อยากกลับอ่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน" แม็คอ้อนอีกล่ะ
"ฮ้ลโหลครับแม่ (แม่โทรมาพี่โน่) อยู่ด้วยกันครับแม่ เดี๋ยวกลับแล้วครับ" แม่ผมโทรมาที่เครื่องนาย ทีลูกตัวเองไม่โทรแหะ แปลกจัง
"แม็คคงต้องกลับจริงๆ แล้วหล่ะนะ พรุ้งนี้ก็เจอกันที่โรงเรียนอยู่ดี น่านะครับคนดี อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ได้เจอกันอีกเลยนะครับ" ผมพูดปลอบใจแม็คหรือตัวเองก็ยังไม่แน่ใจ ผมว่าถ้าเราต้องแยกกันจริงๆ ผมว่าแม็คก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน

"กลับมาแล้วครับแม่" ผมตะโกนเสียงดังตั้งแต่หน้าบ้าน เดินเข้ามาแม่ก็กำลังทำอาหารอยู่ในครัวพอดีเลย
"แม่ครับมีอะไรทานมั่งเอ่ย" ผมกอดแม่ขณะที่แม่กำลังทำอาหาร
"อ้อนแบบนี้ จะเอาอะไรอีกล่ะ" ผมไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นเลยนะเนี่ย สงสัยผมต้องทำตัวใหม่ซะแล้ว
"เปล่านะครับ ก็รักแม่ไงครับอยากกอดนานๆ" ผมอ้อนสุดๆ แหละ
"เหมือนกับแม็ครึเปล่า ถ้ารักกันมากจริงๆ ก็อย่าให้แม่ลำบากใจก็แล้วกันลูก แม่เห็นลูกแม่กับแม็คร้องไห้กัน แม่ปวดใจจริงๆลูก ถึงจะไม่ถูกต้องนักแต่แม่ก็ต้องยอมแพ้ใจของลูกทั้งสองคนจริงๆ คงจะห้ามไม่ได้แล้วสินะ" ผมไม่เคยรอดพ้นสายตาแม่จริงๆ และแม่ก็เปิดทางแล้วด้วย เย้ๆ
"ขอบคุณนะครับแม่" ผมกราบขอบคุณแม่ผมที่ท่านเปิดทางให้ผมกับแม็คกลับมาคบกันได้ แต่ผมคงจะต้องกำหนดขอบเขตกันเองว่าเราควรจะวางตัวกันอย่างไรไม่ให้คนภายนอกรู้ได้

ผมเดินออกไปเล่าให้น้องนายฟัง น้องนายก็ดีใจด้วย (นายเปิดหนังดูอีกแล้ว ไปหามาจากไหนมากมาย) สักครู่นึงแม่ก็เรียกให้ไปยกสำรับมาตั้งแม่บอกให้ไปชวนแม็คมาทานด้วยกัน ผมยิ้มแป้น แกมอายด้วย ผมรีบวิ่งไปตามแม็คทันที แม็คก็ทำท่างงว่าทำไมจู่ๆ ก็เรียกให้ไปที่บ้าน คือมันกลัวว่าแม่จะเรียกไปต่อว่าเรื่องของเรา ผมว่าจะเล่าแล้วแต่มันกำลังดีใจจนลืมเล่าบอกแต่ว่าไปที่บ้านก่อนค่อยคุยกัน

พอเข้ามาแม็คก็นั่งที่โต๊ะทานข้าว ผมก็ตักข้าวให้แม็คจานนึง แม็คไม่กล้าทานนั่งนิ่งๆ
"ไม่ทานล่ะลูก อาหารไม่อร่อยหรอ" แม่ผมเริ่มสนทนากับแม็ค ในรอบหลายวันที่แม็คไม่ได้คุยกับแม็ค
"เอ่อ...ครับๆ" แม็ครีบตักข้าวเข้าปาก
"เอ้า ไม่ทานกับด้วยล่ะล่ะ" แม่ผมไม่ยอมราวีเอาง่ายๆ ซะด้วย จนผมต้องตักกับข้าวใส่จานแม็ค

พอทานข้าวเสร็จเราก็มานั่งดูหนังกันต่อ แม่ผมวันนี้ก็มานั่งดูด้วย แม็คนั่งตัวเกร็งเชียว แล้วก็ไม่นั่งใกล้ผมด้วย นั่งห่างเลย สงสัยจะกลัวจริงๆ
"แอบคบกันมานานรึยัง" แม่ผมพูดกับแม็ค แต่เสียงเรียบๆ ไม่ยิ้มหน้าเฉยมากๆ
"ครับ นานแล้วครับ" แม็คก้มหน้าพูด ผมมองหน้ากันเองกับนาย
"แล้วคิดจะปิดแม่ไปอีกนานเท่าไหร่ถ้าแม่ไม่เห็นเอง" แม่ผมทำเสียงดุ
"ผมขอโทดครับ" แม็คก้มหน้างุดเลย น่าสงสารจัง แม่อย่าแกล้งแม็คแบบนี้ซิ (คุณๆ ผู้อ่านรู้กันรึยังครับนิสัยชอบแกล้งผมได้มาจากใคร กวนๆ แบบนี้น่ะแม่ผมคนนี้แหละครับ)
"แม่จะยอมให้เราคบกันนะ แต่..." แม่ผมเว้นวรรคไว้ แม็คเงยหน้ามองหน้าผมแล้วมองหน้าแม่ผม "เราต้องสัญญากับแม่นะว่าเราจะต้องอยู่ในสายตาแม่ตลอด ห้ามเกินเลยขอบเขตเด็ดขาด จะทำอะไรให้เห็นแก่หน้าแม่บ้าง ไม่ใช่มีอะไรก็ปิดบังกันแบบนี้"
"ครับ ผมสัญญาครับ" น้ำเสียงจริงจังเด็ดเดี่ยวทีเดียวเชียวนายคนนี้ บอกแล้วเค้าพูดจริงทำจริง
"งั้นแม่ไม่มีอะไรแล้ว แม่ไปพักก่อนล่ะ" แม่ผมลุกขึ้นข้างบนไป แม็คก็รีบลุกมานั่งข้างๆ ผมทันที
"หมายความว่าไงโน่"
"ก็เข้าใจว่าไงล่ะ" ผมย้อน ยังกวนไม่เลิกเนอะ
"แม่ให้เราคบกันได้ใช่ป่ะ"
"อืม" ผมตอบยิ้มๆ
"ดีใจจัง ทีแรกนึกว่าจะให้เลิกกันซะแล้ว"
"แล้วถ้าแม่ไม่ให้คบกันล่ะ" ผมถามกลับ
"ก็จะพาหนีเลย"
"เฮ้ย เอาจริงหรอ บ้าป่าวแม่เราเสียใจแย่"
"จริงดิก็คนมันรักนี่นา" แม็คคลอเคลียผมอีกแล้ว "โน่ล่ะ จะหนีไปกับแม็คมั้ยถ้าแม่ให้เลิกคบกันจริงๆ"
"ไม่อ่ะสงสารแม่" ถึงผมรู้ว่าใจผมตัดแม็คไม่ได้ก็จริง แต่ผมทิ้งแม่ผมไปไม่ได้หรอกครับ
"งั้นเราจะฉุดไปเลย" ทีเล่นทีจริงครับแบบนี้ แม็คคงไม่ทำขนาดนั้นแน่นอน
"เออๆ ยอมแล้วดูหนังต่อเหอะ" ผมเอามือลูบหัวแม็คเบาๆ "นายมันมองตาเขียวเชียวเดี๋ยวมันก็ด่าเอาอีกหรอก"
"อืมๆ" คงจะเข็ดเวลาดูหนังอย่าส่งเสียงดัง

คืนนั้นเราไม่ได้ทำอะไรกันกลัวแม่ได้ยิน


แล้วเจอกันๆ


โปรดติดตามตอนต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น: